อธ.กรมคุก แจงทุกประเด็นในการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง

#ชัดทุกกระแส

อธ.กรมคุก แจงทุกประเด็นในการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง



วันนี้ 6 ก.ค.62 เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากการเสวนาเรื่อง การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม เสียงสะท้อนจากเรือนจำ จัดโดยสถาบันปฏิรูปประเทศไทยร่วมกับวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562 โดยมีการถ่ายทอดประสบการณ์ในเรือนจำด้านต่างๆ ของผู้เข้าร่วมเสวนา และได้กล่าวถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในเรือนจำในหลายประเด็น ซึ่งอาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดตามประเด็นดังกล่าวได้

กรมราชทัณฑ์ จึงขอชี้แจงข้อเสวนาดังกล่าว ตามประเด็นต่อไปนี้ ประเด็นที่ 1 การใช้เครื่องพันธนาการและชุดผู้ต้องขัง ซึ่งตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 62 (3) และมาตรา 62 (4) ได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานใช้เครื่องพันธนาการในกรณีผู้ต้องขังมีพฤติการณ์ที่น่าจะหลบหนีการควบคุม และเมื่อผู้ต้องขังถูกควบคุมตัวออกนอกเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเห็นเป็นการสมควรที่จะต้องใช้เครื่องพันธนาการ สำหรับการเปลี่ยนชุดผู้ต้องขังก็เพื่อความเป็นระเบียบ ง่ายต่อการสังเกตแตกต่างจากประชาชนทั่วไป ซึ่งเครื่องพันธนาการประเภทกุญแจมือและกุญแจเท้าเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ในงานราชทัณฑ์ในอารยประเทศ

ทั้งนี้ หากเรือนจำฯ ไม่ควบคุมดูแลและใช้เครื่องพันธนาการแก่ผู้ต้องขังตามที่ข้อกฎหมายกำหนด เมื่อผู้ต้องขังก่อเหตุหลบหนี เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมย่อมจะมีความผิดทางอาญาต้องได้รับโทษจำคุก และสังคมตลอดจนประชาชนย่อมได้รับผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังมีกรณียกเว้น คือ ไม่ต้องใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขังอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปี ผู้ต้องขังหญิง หรือผู้ต้องขังซึ่งเจ็บป่วย อันเป็นไปตามหลักสากล

ประเด็นที่ 2 การกล่าวถึงอาหารเรือนจำว่าเป็นระบบผูกขาด นักโทษต้องปรุงอาหารเมนูพิเศษในคุกที่นักโทษหาช่องทางบริหารจัดการกันเอง นั้น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่าได้จัดสรรอาหารให้กับผู้ต้องขังเพียงพอ ครบ 3 มื้อ โดยได้มีการปรับปรุงรสชาติให้เป็นกลางเพื่อทุกคน แต่ทั้งนี้ ทางเรือนจำก็ได้จัดให้มีการปรุงอาหารจำหน่ายไว้บริการเสริมด้วย

ประเด็นที่ 3 การกล่าวว่านักโทษบางคนไม่อยากพ้นโทษเพราะมีรายได้ดี ในเรือนจำ นั้น อธิบายได้ว่าการดำเนินชีวิตภายในเรือนจำอาจไม่ต่างจากสังคมภายนอกที่ต้องปรับตัวเพื่อการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันของผู้ต้องขังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การดูแลกันอาจจำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นการตกลงระหว่างผู้ต้องขังด้วยกันเอง

ประเด็นที่ 4 การจัดเลี้ยงวันเกิดภายในเรือนจำ ระเบียบของเรือนจำ ไม่เคยมีการอนุญาตให้ผู้ต้องขังจัดเลี้ยงวันเกิดหรือดูแลผู้ต้องขังอื่น แต่จากกรณีที่เกิดขึ้น เป็นการลักลอบปฏิบัติโดยใช้ชื่อบุคคลอื่นเพื่อบริจาคเลี้ยงอาหารผู้ต้องขัง โดยแอบอ้างว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสวัสดิการและการสงเคราะห์ผู้ต้องขังในเรือนจำ

ประเด็นที่ 5 กรณีการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง การเข้าถึงแพทย์และยารักษาโรค เรือนจำทุกแห่งจะมีแพทย์เข้าทำการรักษาผู้ต้องขังเป็นประจำ และพยาบาลวิชาชีพประจำสถานพยาบาลทุกแห่ง เพื่อให้บริการด้านสุขภาพกับผู้ต้องขัง แต่ด้วยอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ไม่สมดุลกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีอยู่จำนวนมาก อาจทำให้ไม่ได้รับการบริการที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดหลายประการ

ประเด็นที่ 6 การปิดประตูเรือนนอน เวลา 15.30 น. โดยการปิดประตูเรือนนอนในช่วงก่อนเวลาพลบค่ำ เป็นการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมผู้ต้องขังเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังก่อเหตุแหกหักหลบหนีหรือก่อความวุ่นวายโดยอาศัยทัศนวิสัยในเวลากลางคืน ดังนั้น การปิดประตูเรือนนอนให้ล่าช้ากว่าเวลาปัจจุบัน จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระบบการควบคุมผู้ต้องขังและเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

ประเด็นที่ 7 การเสนอให้มีคุกนักโทษการเมือง คุกยาเสพติด หรือคุกสำหรับผู้สูงอายุนั้น ปัจจุบัน กรมราชทัณฑ์มีเรือนจำ/ทัณฑสถานในความรับผิดชอบ จำนวน 143 แห่ง และมีผู้ต้องขังในความควบคุมดูแลเกือบ 400,000 คน โดยได้กำหนดประเภทของเรือนจำสำหรับการควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังเป็นการเฉพาะด้านอยู่แล้ว ทั้งนี้ การพิจารณาสร้างเรือนจำเฉพาะทางเพิ่มเติมกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ย่อมต้องพิจารณาถึงความจำเป็นสูงสุด ความสอดคล้องต่อนโยบายยุติธรรมทางอาญาในปัจจุบัน ตลอดจนประโยชน์ที่มีต่อสังคมและประชาชนผู้เสียภาษี เพราะต้องเกี่ยวข้องกับงบประมาณการก่อสร้าง ซึ่งเฉพาะอาคารสถานที่จะต้องใช้งบประมาณกว่า 850 – 1,500 ล้านบาท กอปรกับอุปกรณ์การทำงานและอุปกรณ์เทคโนโลยีเสริมความมั่นคงและการควบคุม เช่น ระบบกล้องวงจรปิด เครื่องเอ็กซเรย์ ฯลฯ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมกว่า 100 ล้านบาท ทั้งยังต้องเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้พอเพียงต่อการควบคุมผู้ต้องขัง ตลอดจนอัตราเงินเดือนและค่าตอบแทนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และยังมีผลสืบเนื่องเป็นค่าใช้จ่ายด้านต่างๆในแต่ละปี อันเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นของสังคมโดยรวมและประชาชนผู้เสียภาษี

ประเด็นที่ 8 ต้องการให้แก้ระเบียบเรือนจำให้ปรับชั้นนักโทษทุกเดือนนั้น ขอเรียนว่าการเว้นห้วงระยะเวลาในการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้พัฒนาความประพฤติและจิตใจ ตลอดจนการประเมินผลพฤติกรรมโดยเจ้าหน้าที่ จึงเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการเลื่อนชั้นผู้ต้องขังในการหล่อหลอมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขัง

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมราชทัณฑ์ยังคงตระหนักดีว่า ผู้ต้องขัง คือ เพื่อนมนุษย์ คือ พี่น้องร่วมชาติ และเป็นจุดศูนย์กลางและผู้รับบริการของกรมราชทัณฑ์ จึงมีความตั้งใจที่จะดูแลเอาใจใส่ผู้ต้องราชทัณฑ์ทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ ยังคงประสบปัญหาผู้ต้องขังมีจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อจำกัดหลายประการในการดูแลผู้ต้องขัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ หรือสถานที่ในการควบคุมคับแคบเกิดความแออัด ซึ่งกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

ความคิดเห็น

ข่าวฮอตชัดทุกกระแส

“เลือกตั้งสภาทนายความคึกคัก ดำรงศักดิ์ เบอร์ 4 หวังครองแชมป์นายกสภาทนายความ เปิดใจคุย ผลงานที่ผ่านมา”

ลพ.อ๊อดพระนักปฏิบัติ ทำหน้าที่สืบสานงานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป

สืบสายไหมล่อซื้อยาไอซ์

อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์เดือนรอมฎอน 2 แผ่นดิน ประจำปี ฮ.ศ.1440 เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ตม.นครสวรรค์ออกตรวจสถานที่สุ่มเสี่ยง

พล.ต.ท.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ประจำ(สบ 9)ตร.(มค 1)ตรวจหน่อยเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จว.นครปฐม เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง